[st] She and Black Coffee
posted on 28 May 2008 11:17 by aine in Novel-StoryShe and Black Coffee
ชายหนุ่มมีอายุยี่สิบเจ็ด เปิดร้านกาแฟซึ่งเป็นร้านที่ได้มาจากผู้เป็นพ่อ เขาทำงานด้วยความสุข อาจจะเพราะเป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่คิด ซึ่งได้มาจากความอบอุ่นในครอบครัววัยเด็ก กระนั้นเขาก็ไม่ได้อ่อนโยนนัก หากกลับอ่อนไหว เป็นชายที่มีนิสัยสบายๆ เป็นนักกวีผู้ชื่นชอบความแปลกใหม่ แต่เอาใจยาก สนใจโลกรอบตัว หากไม่ค่อยเข้าใจนักเรื่องเหตุผลต่างๆนาๆของผู้คน เขาเป็นคนรักกาแฟ หลงใหลกลิ่นของมัน คิดว่ากาแฟที่ไม่มีคาเฟอีนไม่เหมาะกับตนเอง นอกจากนี้ยังชื่นชอบความรัก อันเป็นสิ่งที่น่าพิศวงที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เชื่อว่ามนุษย์มีความวิปริตอยู่ในตัว...
ชายหนุ่มมีความสุขเมื่อได้มองผู้คน เขาชอบวิเคราะห์มนุษย์ในหลายหลากรูปแบบ อาจเพราะส่วนลึกในจิตใจกำลังค้นหาคำตอบบางอย่าง เกี่ยวกับเหตุผลที่มนุษย์เลือกดิ้นรนมีชีวิตอยู่
แล้วครั้งหนึ่ง เขาก็ได้สัมผัสกับบุคคลที่นักกวีผู้แสวงหาอย่างเขาจะจดจำไปไม่รู้ลืม...
ในฤดูหนาวซึ่งผู้คนออกเดินทางเพียงน้อยนิด วันที่มีลูกค้าประปราย เขาได้พบกับหญิงชราคนหนึ่งในยามบ่าย หล่อนเดินเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง การเดินแช่มช้าจนน่าแปลก เธอเลือกนั่งลงบนโต๊ะที่ทำให้เธอมองออกนอกร้านได้ สั่งเพียงกาแฟดำหนึ่งถ้วย และนั่งจิบกาแฟอยู่ที่เดิมเนิ่นนานราวกับร่างกายค่อยๆกลืนหายไปกับกาลเวลาที่เคลื่อนผ่าน หล่อนอิงพนักเก้าอี้อยู่เช่นนั้น สายตายังจับจ้องผู้คนเบื้องนอก กระทั่งได้เวลาร้านปิด เมื่อนั้นเธอจึงเดินจากไป...
ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าวันต่อมา หญิงชราผู้มีทาทางสงบจะกลับมาที่ร้านอีกครั้ง เธอยังคงสั่งกาแฟดำเช่นเดียวกับเมื่อวาน และนั่งอยู่ตรงนั้นโดยปล่อยให้เวลาผ่านไปทีละน้อยจนหมดวัน
วันแล้ววันเล่า การกระทำซ้ำๆราวกับมีตารางเวลาของหญิงชราเริ่มทำให้เขาสนใจในตัวหล่อนมากขึ้น
หากสาวสวยกับกาแฟคือความโรแมนติกสุดลึกล้ำในสายตาของชายหนุ่มแล้วล่ะก็ หญิงชรากับกาแฟดำก็อาจเป็นบรรยากาศของหนังแสนคลาสสิก ที่มีดนตรีประกอบเป็นบทบรรเลงอันแช่มช้า แต่เรียกน้ำตาคนดูให้ซาบซึ้งได้อย่างน่าอัศจรรย์
หญิงชรากับแว่นตากลมเศร้าหมอง ท่าทางการดื่มกาแฟอย่างใจเย็น การนั่งอย่างสงบนิ่งบนเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่ แล้วทอดมองออกไปไกลแสนไกล ในแก้วตาเธออาจสะท้อนภาพผู้คนที่ผ่านไปมา แต่เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้รับรู้ถึงภาพที่มองเห็น หากอาจคิดถึงวันวานที่เรียกว่าอดีต มีครั้งหนึ่งที่เขาเห็นหญิงชรานั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ ขณะที่ยกกาแฟดำขึ้นจิบ น้ำตาเพียงรินไหลโดยที่เธอยังคงนิ่งงันประหนึ่งถูกสะกดไว้
ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่างๆ ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด นับวันเขาก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ใบหน้าของหญิงชราแบกรับความทุกข์มากขึ้นทุกที
เขาปรารถนาให้เธอมีความสุข เหมือนกับช่วงเวลาที่มีคนยิ้มอย่างยินดีเมื่อดื่มกาแฟของเขา แต่เขารู้ดีว่าการลุกล้ำเข้าไปในเขตส่วนตัวของคนอื่น อาจไม่ใช่การกระทำที่เหมาะสม
เพราะคนบางคนชอบดึงตัวเองเขาสู่วังวนแห่งอดีตเพียงลำพัง...
ถึงจะรู้เช่นนั้น เขาก็ยังเคยพยายามนำเมนูกาแฟมาให้หญิงชราดู เผื่อว่าเธออยากจะเปลี่ยนรสชาติบ้าง แต่หล่อนกลับส่ายหน้าปฏิเสธด้วยไมตรี
ยิ่งนานวัน ยิ่งเศร้าโศก ความเป็นห่วงของเขาจึงเพิ่มเป็นเท่าทวี ถ้าจะเปรียบ ก็คงเหมือนการที่คุณอยากรู้จักใครบางคนมากขึ้น แต่คนคนนั้นกลับปิดกั้นและไม่ยอมให้คุณลุกล้ำเข้ามาเกินเส้นที่ขีดไว้ เขาคอยเฝ้ามองเธอ ชวนเธอคุยบ้าง บางครั้งก็วกเข้าเรื่องเมนูกาแฟต่างๆซึ่งเธอเพียงแค่ฟัง หากไม่สนใจจะดื่มมัน
แล้ววันหนึ่งเธอก็ไม่มาที่ร้านของเขาตลอดวัน เขาคิดว่าเธออาจจะจากไปแล้วอย่างผู้สัญจรทั่วไปที่เพียงแวะเวียนเข้ามาในร้านของเขาเท่านั้น แต่เขาคิดผิดเมื่อเขาเห็นเธออีกในวันต่อมา หลังจากนั้น เธอก็มาร้านกาแฟของเขาห่างขึ้น เขาสังเกตเห็นริ้วรอยบนใบหน้าชราของหล่อนว่ามันเพิ่มจากครั้งก่อน หญิงชราดูหมองลงเรื่อยๆ อาการเธอย่ำแย่กว่าที่คิด เขาอยากให้เธอพักผ่อน แต่เธอก็ยืนกรานที่จะดื่มกาแฟดำของเขา
ทุกอย่างเป็นวังวนเช่นเดิม เธอยังคงบีบอะไรบางอย่างในมือแน่น น้ำตาพรั่งพรูทุกครั้งที่เธอก้มลงมองมัน...
กระทั่ง...
เคร้ง...!
เขาได้ยินเสียงบางสิ่งตกกระทบพื้น แม้จะเบา แต่ก็ชัดเจน ชายหนุ่มหันไปเห็นหญิงชรายืนขึ้นด้วยร่างกายสั่นเทิ้ม สองมือทาบอกราวกับสวดอ้อนวอนพระเจ้าเมื่อหันไปมองที่กระจกหน้าร้าน น้ำตารินไหลเป็นสายธาร เพียงครู่เดียวเท่านั้นเอง เมื่อในพริบตาที่เธอยิ้มทั้งน้ำตาจนสายตาฝ้าฟาง เธอก็ล้มลงจนไม่มีใครทันตั้งตัว หัวใจเขากระตุกวูบ ตกใจแทบสิ้นสติขณะวิ่งไปประคองร่างของเธอ หญิงชราหลับตาพริ้ม ไม่กระเสือกกระสน สงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เขาคิดว่ามือเธอยังคงอุ่นขนาดนี้ แต่ไม่นานเลย เมื่อเธอแสดงสีหน้าแห่งความสุขให้เขาเห็นเพียงครั้งเดียวด้วยรอยยิ้มที่มีน้ำตาไหลรินอาบแก้ม หญิงชราก็หลับลงอย่างสงบในสองมือของเขา
ชายหนุ่มนิ่งงัน ไม่ได้ร้องไห้ แม้รู้ตัวว่ามีสิ่งที่จากไปแล้วตลอดกาล
บางอย่างในใจเขาเลือนหายไปหนึ่งอย่าง ไม่ต่างกับช่วงเวลาที่พ่อของเขาสิ้นใจในอ้อมกอดของแม่
ตอนนั้นเอง ภาพหญิงชายสองคนยิ้มกว้างอยู่ในจี้ทรงรีที่หญิงชราทำหล่นไว้ก็สะท้อนเข้าแก้วตาเขา...
และหลังจากนั้นเพียงนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้นเอง...
...ชายชราคนหนึ่งก็พาร่างของตนเข้ามาในร้านกาแฟอย่างเงียบงัน
ชายหนุ่มไม่ใช่ญาติของหญิงชรา แต่เขาได้พาชายชราผู้หนึ่งมาเคารพหลุมศพของหญิงชราผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจซึ่งเป็นมานานแล้ว
เขาเองก็ไม่เข้าใจความหมายที่ตัวเองทำลงไป... แต่คาดว่าหญิงชราคงมีความสุข เมื่อได้รู้ว่าคนรักในอดีตกลับมาหาเธอในที่สุด แม้จะสายไปก็ตาม...
คุณเคยคิดไหม ว่าทำไมช่วงเวลาของชีวิตคนเราถึงไม่เท่ากัน?
แล้วคุณเชื่อไหม ทั้งความเป็นนิรันดร์และความแน่นอนของกาลเวลา มันอาจมีตัวตนในโลก แต่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ช่วงชีวิตของคนคนหนึ่ง
หากเปรียบให้ความรักของเธอเป็นกาแฟถ้วยหนึ่ง เมื่อเติมน้ำตาลหรือนมก็จักหวานล้ำ ประหนึ่งได้รับความสุขทั้งมวลของโลกเอาไว้ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อไม่ได้เติมอะไรลงไปเลย ก็คงกลายเป็นกาแฟดำที่ถึงแม้รสชาตจะยังนุ่มลิ้น แต่ความหวานและความสุขบางอย่างกลับเลือนหายไปสิ้น
แล้วใครเล่าจะอยากถามเหตุผลของการรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย ในเมื่อการพบเจอคือจุดเริ่มต้นของความเศร้าโศกของคนบางคน แต่เธอกลับจากไปด้วยความสุข ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น สำหรับเขาแล้ว บางที การกระทำของหญิงชราคงไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผล
และถึงจะมี เขาก็เชื่อว่า เหตุผลต่างๆนาๆก็ไม่อาจเยียวยาความรู้สึกของใครได้
คำถามที่ว่า มนุษย์เราเกิดมาเพื่ออะไร อาจเป็นคำถามที่เขาต้องคนหาคำตอบอีกชั่วชีวิต...
- e n d -
อาจจะสั้นไปนิด แปร่งไปหน่อย แต่แหม อุตส่าห์แต่งแนวนี้ออกมาได้ ก็ทวนแล้วทวนอีกเชียว ความจริงก็แต่งไว้นานแล้วล่ะ สักเดือนกว่าๆได้ แต่เพิ่งเอามาลง...
ขอบคุณที่อ่าน
ขอให้โชคดี



