[JTR] Jack The Ripper <3>

posted on 23 Oct 2005 01:12 by aine  in Knowledges

ขอจบแค่ตอนนี้แล้วกันนะคะ...

การสอบสวนของตำรวจ

เจ้าหน้าตำรวจในสก๊อตแลนด์ยาร์ดผู้มีบทบาทสำคัญในการหาตัวฆาตกรคือ สารวัตรเฮนรี่ มัวร์ สารวัตรเฟรเดอริก จอร์จ แอ๊บเบอไลน์ และสารวัตรวอลเตอร์ ไซมอน แอนดรูว์ส มีสารวัติท้องถิ่นเอ็ดมันด์ ไรด์ หัวหน้าแผนกซีไอดี. ของตำรวจหน่วย เอ็ช. ทำงานภายใต้คำสั่งของสก๊อตแลนด์ยาร์ด หัวหน้าใหญ่ที่ดูแลทั้งสี่คนอีกทีคือ ดร.โรเบิร์ต แอนเดอสัน ผู้บังคับการซีไอดี.แห่งสก๊อตแลนด์ยาร์ด แต่การสืบสวนก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรนัก มีการใช้สุนัขดมกลิ่นสองตัวในการสืบคดีสองศพซ้อน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถแต่ก็พบร่องรอยเพียงน้อยนิด แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถระบุตัวฆาตกรได้ ในเวลาต่อๆมาตำรวจซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในคดีนี้ได้สร้างพยานเอกสารให้กับคดีนี้ในภายหลังด้วยการเขียนเป็นจดหมาย บันทึกความทรงจำ เอกสารเหล่านี้ถูกนำมาเปิดเผย ก็นำไปสู่การถกเถียงถึงตัวตนของฆาตกร...

ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้ต้องสงสัยไม่ได้มีเพียงแค่สองสามคน มีเป็นร้อยๆคน ทั้งชาวต่างชาติ แพทย์ หรือแม้กระทั่งบุคคลวิกลจริตหรือพวกนักเลงทั่วไป ซึ่งทำให้คนยุคนั้นเกิดความระแวดระวังกันไปต่างๆนาๆ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นใคร และเขาจะสังหารเหยื่ออีกเมื่อไร... ซึ่งเราจะไม่กล่าวถึงผู้ต้องสงสัยเป็นรายคน เพราะนอกจากจะเป็นการสันนิษฐานของตำรวจเองแล้ว ยังมีการสันนิษฐานของนักคิด แพทย์ นักข่าวและผู้ที่สนใจอีกมากมายจนพูดได้เลยว่าไม่จบไม่สิ้นกันมาจนทุกวันนี้

วิเคราะห์ความน่าจะเป็น

จากการสอบสวนคดีเมื่อปี 1888 นั้น เห็นได้ชัดว่าตำรวจยังไม่มีประสบการณ์การทำคดีฆาตกรรมในลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเป็นรายแรกของโลก นอกจากปัจจัยดังกล่าวแล้ว สิ่งที่สร้างแรงกดดันให้กับตำรวจก็คือประชาชนต่างก็หวาดกลัวและต้องการให้จับตัวฆาตกรอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ตำรวจแห่งมหานครลอนดอนนั้นปฏิบัติงานอย่างไม่มีวิทยาการทางวิทยาศาสตร์หรือเครื่องมือสมัยใหม่ที่จะช่วยในการค้นหาฆาตกร ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ลายนิ้วมือ การตรวจหากลุ่มเลือด การถ่ายภาพเหยื่อ หรือการเปรียบเทียบดีเอ็นเอ ฯลฯ ไม่มีแม้กระทั่งห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในการพิสูจน์หลักฐานคดีอาชญากรรม จำให้การตรวจสอบต่างๆในการพิสูจน์หลักฐานได้ผลที่ไม่แน่นอนในสมัยนั้น อีกทั้งเรายังไม่สามารถระบุชัดได้เลยว่าเหยื่อทั้งห้ารายนั้นใช่บุคคลเดียวกับที่ตำรวจชี้แจงหรือไม่ เนื่องจากสภาพศพนั้นเละเทะ บางคนแทบจะไม่เหลือเค้าโครงหน้าเดิมเอาไว้เลย เพราะฉะนั้นการสืบสวนคดีนี้ในสมัยนั้นจึงมีแต่ความไม่แน่นอน อีกทั้งฆาตกรเองก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอ หรือลายน้ำที่ติดมากับจดหมายที่เขาส่งมาให้ตำวจ

ดูจากวิธีการฆาตกรรมเหยื่อทั้งห้ารายแล้ว เชื่อได้ว่าฆาตกรอาจเป็นบุคคลวิกลจริต และจากวิธีการฆ่าก็ยังมีข้อสงสัยอีกว่า ฆาตกรมีความรู้ทางด้านกายวิภาคอย่างที่เชื่อกันหรือไม่ เพราะจากการฆาตกรรมเหยื่อรายสุดท้ายนั้นแสดงให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าฆาตกรเพียงแค่ชำแหละอวัยวะภายในออกมาอย่างเละเทะ

เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่าเหยื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์นั้นมักจะมีความเหมือนกันในหลายๆด้าน อาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งจูงใจหรือเหตุผลในการเลือกเหยื่อสังหาร ประการแรกคือ เหยื่อทั้งหมดเป็นโสเภณีที่หากินอยู่ในเขตอีสต์เอ็นด์ของลอนดอน ที่ตำบลไวท์ชาเพล ซึ่งถือเป็นแหล่งเสื่อมโทรมที่สุดในอังกฤษ ทั้งนี้เหยื่อทั้งหมดนั้นมักไม่มีสามี บ้างก็เป็นแม่หม้ายสามีทิ้งหรือแยกทางกัน เป็นผู้หญิงติดเหล้า ลักษณะการดำรงชีวิตนั้นยากแค้น เช่าห้องพักเล็กๆเป็นที่อาศัย และขายตัวหาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ และส่วนใหญ่เป็นหญิงวัย 40 ปีขึ้นไปแทบทั้งสิ้น จะมีแต่ก็เพียงหนึ่งรายคือเหยื่อรายสุดท้าย แมรี่ เจนน์ เคลลี่ ที่เป็นสาววัยเพียงแค่ 25 ปี น่าสงสัยเช่นกันว่าเหยื่อรายสุดท้ายนั้นใช่ฝีมือของฆาตกรคนเดียวกับสี่รายแรกหรือไม่ แต่จากการชันสูตรก็พบว่าการปาดคอของเหยื่อทั้งหมด 5 รายนั้นมีลักษณะแบบเดียวกัน โดยที่การสังหารเหยื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นการฆาตกรรมที่เหี้ยมโหดที่สุดแห่งยุค ทั้งยังถือว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องรายแรกของโลก นับเป็นต้นแบบการฆาตกรรมในยุคต่อๆมา

วิธีการดังกล่าวที่เหมือนกันจนได้ชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องก็คือ ฆาตกรมักจะสังหารเหยื่อในช่วงเช้าตรู่ของวันสุดสัปดาห์ ใช้วิธีสังหารเหยื่อโดยการใช้เหยื่อโดยการใช้มีดที่คมกริบปาดคอเหยื่อจากใต้ใบหูซ้ายลงมาทางด้านขวา ลึกจนตัดกระดูกคอ ทำให้ส่วนของลำคอเกือบจะขาดออกจากกัน ฆาตกรมักชำแหละอวัยวะภายในของเหยื่อด้วยทำให้การสังหารของฆาตกรนั้นมีลักษณะเหี้ยมโหด และทารุณอย่างร้ายกาจ

จากการที่ได้มีการตรวจสอบว่าฆาตกรแห่งไวท์ชาเพลนั้นน่าจะเป็นคนประเภทใดนั้น เริ่มตั้งแต่ตำรวจและพยานทั้งหลายลงความเห็นกันว่า การสังหารด้วยวิธีการแบบนี้เป็นลักษณะการฆ่าของชาวยิว ขณะที่พยานที่ให้การบางคนเชื่อว่าฆาตกรน่าจะเป็นชาวต่างชาติ ถึงแม้จะมีข้อสรุปได้ว่าฆาตกรนั้นมีความรู้ทางการแพทย์เนื่องจากอวัยวะภายในของเหยื่อแต่ละรายถูกชำแหละออกมาเป็นจุดๆ ซึ่งข้อนี้ทำให้เชื่อได้ว่าฆาตกรน่าจะมีความรู้ทางด้านกายวิภาคพอสมควร ฆาตกรรู้จักกรีดและเลือกที่จะชำแหละอวัยวะเพียงบางส่วน ถ้าฆาตกรไม่มีความรู้ทางกายวิภาคเลย ก็น่าคิดว่าอวัยวะอื่นๆนอกเหนือจากส่วนที่ฆาตกรชำแหละ เหตุใดจึงไม่เละเทะเลย และการกระทำผิดติดต่อกันถึง 5 รายโดยไม่ปรากฏว่าเคยมีความขัดแย้งใดๆกันมาก่อนแสดงให้เห็นว่าฆาตกรเป็นคนไร้สติโดยสิ้นเชิง ผู้มีพฤติกรรมแบบนี้จะถูกลงความเห็นว่าเป็นโรคจิต ความผิดเพี้ยนในจิตใจทำให้เขาแยกตัวจากสังคม หนีห่างคนอื่น เมื่อได้กรอบใหญ่ที่สุดที่ว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นโรคจิตแล้ว จึงได้ข้อสรุปตามหลักฐานและพยานแวดล้อม ได้แก่ :

- ฆาตกรเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านการวิภาค หรือไม่ก็มีพื้นฐานทางด้านการชำแหละอวัยวะมนุษย์เป็นอย่างดี

- ฆาตกรเป็นชาวต่างชาติ ไม่ก็เป็นคนอังกฤษที่มีฐานะ เป็นคนแต่งกายดี

- ฆาตกรมีอายุระหว่าง 20 40 ปี

- มีงานประจำทำและน่าจะเป็นโสด

- ฆาตกรเป็นบุคคลวิกลจริต

- ฆาตกรเป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาดพอตัว

- เป็นผู้ที่รู้จักทางหนีทีไล่ในเขตอีสต์เอ็นด์

แม้จะมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเชื้อชาติของฆาตกรมากมาย แต่ทว่าชาวมหานครลอนดอนก็ยังปักใจเชื่อว่าฆาตกรลักษณะนี้ไม่ใช่แบบอย่างนิสัยของชาวอังกฤษ ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดในสมัยนั้นจึงเป็นชาวต่างชาติแทบทั้งสิ้น

คำตอบและข้อสันนิษฐานทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากความรู้สึกอคติในเชื้อชาติ และความตึงเครียดในเรื่องของชนชั้น ความรู้สึกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคนในมหานครลอนดอนสมัยนั้น ซึ่งเป็นช่วงที่มีความขัดแย้งในชนชั้นทางสังคม ขณะเดียวกันที่ในชุมชนตะวันตกที่ถือว่าเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยความเจริญ ตรงกันข้ามกับชุมชนตะวันออกหรือเขตอีสต์เอ็นด์ ยิ่งเมื่อเกิดคดีฆาตกรรมแล้วก็เท่ากับเป็นเชื้อเพลิงที่สร้างความเคียดแค้นชิงชังให้ชุมชนชั้นต่ำทางเขตอิสต์เอ็นด์มากขึ้น เป็นการแตกแยกทางสังคมในมหานครลอนดอนที่รังจะแผ่ขยายเพิ่มขึ้นอีก

แม้จะมีผู้ต้องสงสัยมากมาย แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดเพียงพอที่จะจับตัวฆาตกรที่แท้จริงได้ แต่เมื่อแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เผยโฉมหน้าทางการฆาตกรรมออกมาแล้ว เป็นเหตุให้ประชาชนในย่านอีสต์เอ็นด์ต้องการที่จะช่วยจับตัวฆาตกรมาลงโทษให้ได้ และช่วยเป็นหูเป็นตากัน แต่เมื่อหาตัวฆาตกรไม่พบก็ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้นไปอีก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนให้ประชาชนในย่านตะวันตกเห็นว่า สิ่งใดที่เขาดูถูกคนในเขตอีสต์เอ็นด์ ส่วนนั้นคือภัยสำหรับเขา เพราะช่วงเวลานี้คนย่านตะวันตกจะกังวลถึงภัยคุกคามจากชุมชนเขตอีสต์เอ็นด์ ดังนั้นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ นี้ก็คือชายในผ้าคลุมสีดำ เป็นบุคคลอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในมุมมืด เปรียบเสมือนตัวแทนที่เน้นให้เห็นถึงความไม่เห็นอกเห็นใจ ความโหดร้าย การทำลายล้าง และความพยาบาทของคนเดินดินให้ปรากฏชัดเจนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อนนั่นเอง

----------------------------------------------------------------------------

ข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวฆาตกรจึงยังเป็นที่น่าสงสัยต่อไป ทั้งนี้ก็ยังมีนักทฤษฎีหลายคนพยายามค้นหาตัวฆาตกร โดยหาข้อสรุปและอ้างเหตุผลต่างๆนาๆ แต่ถึงอย่างนั้นข้อมูลทั้งหมดก็ยังไม่สมบูรณขนาดสามารถระบุตัวฆาตกรที่แท้จริงได้ ทำให้เวลาได้ล่วงเลยมาร้อยกว่าปี

มีคนเคยคิดจตรวจดีเอ็นเอจากจดหมายของแจ็คแต่ก็น่าเสียดายที่จดหมายนั้นนอกจากจะถูกห่อพลาสติกอย่างดีแล้ว ยังเก็บไว้ในความร้อนสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บหลักฐาน ทว่ากลับลดประสิทธิภาพในการหาร่องรอยดีเอ็นเอ... และยังมีจดหมายแปลกๆอยู่ฉบับที่ต้องสงสัยว่าเป็นของฆาตกรเก็บไว้ในสำนักงานเก็บข้อมูลแห่งลอนดอน ซึ่งไม่ได้เก็บในลักษณะนั้น ผลการทดสอบดีเอ็นเอล้มเหลว แต่กลับพบลายนำในกระดาษจากร้านเครื่องเขียนแพร์รี่และบุตร ซึ่งเป็นร้านเครื่องเขียนร้านเดียวในสมัยนั้น... ได้มีการเชื่อมโยงไปถึงบุคคลหนึ่ง (ขออภัยจริงนะ อันนี้จำชื่อไม่ได้จริงๆ - -") ซึ่งใช้เครื่องเขียนนี้ นอกจากนี้ยังพบดีเอ็นเอของคนหลายคนในจดหมายนี้ แต่ถึงยังไง ศพของคนนั้นก็ถูกเผาปแล้วจึงไม่สามารถตรวจสอบได้... สุดท้าย ปริศนาก็ยังเป็นปริศนาต่อไป

จนถึงทุกวันนี้ ฆาตกรแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ก็ยังคงเป็นฆาตกรนิรนามอยู่

------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ บอกสั้นๆว่าจะไม่พูดถึงผู้ต้องสงสัยให้เกิดความโน้มเอียงแต่ประการใด เพราะนอกจากกจะมีผู้ต้องสงสัยที่ได้ชื่อว่าเป็นชาวต่างชาติแล้ว ยังมีการคิดไปถึงราชวงศ์ในสมัยวิคตอเรียเลยทีเดียว ง่ายๆคือตั้งแต่พวกชนชั้นสามัญยันเจ้าชายก็ติดร่างแหผู้ต้องสงสัยกันทั้งนั้น... น่าคิดว่าถ้าแจ็คมาก่อคดีในสมัยเรานี้ ไม่นานก็อาจโดนจับง่ายๆเลยเชียว

^^ ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านหรือเปล่า รู้แต่ว่าคนแปลสนุกมาก ฮ่าๆ ข้อมูลผู้ต้องสงสัยมีเยอะมากจริงๆ ถ้าว่างแปลเดี๋ยวจะไล่รายชื่อมาให้อ่านก็ได้นะ ช่วงนี้ขนาดยังไม่เปิดเทอมยังมีสอบเลยนะเนี่ย - -" อีกไม่กี่วันจะไปเชียงราย เป็นครั้งแรกในรอบปิดเทอมเดือนตุลานี้ที่ได้ไปต่างจังหวัด ทำไมชีวิตนี้ถึงมีแต่เรียนกับเรียนล่ะเนี่ย...

อ่า บ่นไปก็ไม่ดีแฮะ ตอนนี้ที่เรียนแล้วมีความสุขที่สุดก็คงเป็นเรียนวาดรูปล่ะนะ เสียดายตอนสอบวิชาเฉพาะเหมือนกัน จ่ายเงินแล้วแต่สมัครไม่ทัน(เป็นคนหลงวันจริงๆนะ ตอนแรกก็ไม่คิอว่าตัวเองจะเป็นถึงขนาดนั้นหรอก แต่พอมารู้ตัวก็รู้ว่าตัวเอหลงวันสำคัญๆไปถึงสามครั้งแล้วภายในสองเดือนนี้น่ะ) อยากเรียนศิลป์มากๆ ทั้งๆที่อีกใจก็อยากเป็นนักเขียนนะ อยากไปเชียงใหม่ ไม่รู้ติดใจอะไรกับภาคเหนือนัก ชอบแถบนั้นสุดๆ ^^

วันที่ 26 จะไปเชียงราย ไปสามวัน ขอให้ทุกคนโชคดี ฮ่าๆ ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พิม เอง หมด เลย ป่ะ เนี่ย สุดยอด เลย

#1 By - c i n d e r e l l a → e m o - on 2005-10-24 22:01

ใช่ครับ แปลสนุก ฮ่าๆ
รู้สึกว่าเราจะรสนิยมเดียวกันนะ ตอนผมแปลอ่านเองก็สนุกเหมือนกัน (ต่างกันแค่ตอนนั้นผมยังไม่เขียน blog เลยไม่ได้แปลแจกให้คนอื่นอ่านบ้าง)

#2 By P.S. on 2005-10-24 22:43

/me ไล่เก็บข้อมูลตั้งแต่ตอนแรก ...(แค่ไม่ได้เมนท์เอง )

ข้อมูลเต็มอิ่มมากคับเจ๊ไอ เมื่ออาทิตย์ก่อนน้องก็มาถามเรื่องแจ็คคุงเหมือนกัน (เพราะว่าคุรุซื้อกระเป๋าตังค์ลาย nightmare before christmas มา - -")

แต่จริงๆเค้าคนละแจ็ค แต่น้องคุรุคิดไปได้ว่าแจ็คเดอะริปเปอร์ ---- -----,,

ทีนี้ก็ตอบน้องได้แย้ว >w<~

เจ๊ไอไปเที่ยวให้หนุกน่อ >O</~!

#3 By KURURIN on 2005-10-26 20:19

อา... ชอบเรื่องของแจ็ค เดอะ ริปเปอร์มาก เพราะเป็นฆาตรกรต่อเนื่องแสนเก่งที่ไม่เคยถูกจับได้แม้สักครั้ง... แต่มันน่าคิดมั้ยว่า... แจ็คอาจจะเป้นตำรวจที่ทำคดีของตัวเองอยู่!!?

#4 By เฟย์ (58.9.143.117) on 2005-10-30 11:51

อั้หพะ

#5 By (58.8.162.144) on 2007-11-10 15:57

lupin holmes jtr

#6 By (58.8.162.144) on 2007-11-10 16:02

#7 By .... (222.123.89.162) on 2008-05-09 21:30

เคยจำได้นะ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เคยโดนแม่ทอดทิ้ง แล้วก็มีคนเอาเเจ้ค เดอะ ริปเปอร์ เก็บไปเลี้ยง แล้วพอเขาโตขึ้นมาเป็นหนุ่ม เขาก็กลับไปหาแม่แล้วเขาก็ฆ่าแม่ตัวเองตาย คนแรกคนที่ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ฆ่าคนแรก คือ แม่ของเขาใช่ป่ะ เพื่อนผมเคยบอกกันล์แบบนั้น แต่ ผมสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เคยออกการ์ตูนเรื่องโคนัน ด้วยนะ พี่ผมบอกว่า ผมบ้า มันเป็นแค่เพียงการ์ตูน แต่ผมไม่เชื่อว่าเป็นเพียงแค่การ์ตูน แต่ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ มันมีอยู่จริงใช่มั้ยครัฟ
ให้คำตอบผมหน่อยนะ
conan1212.hi5.com
บอกผมทีมันมีอยู่จริงใช่มั้ยครัฟ

#8 By ... (222.123.89.162) on 2008-05-09 21:37